ชิมัสสึ นาริอะกิระ (28 สิงหาคม คศ. 1809 - 24 สิงหาคม คศ. 1858) เป็นไดเมียวผู้ปกครองแคว้นซัตสึมะระหว่าง คศ. 1851-1858 เป็นที่รู้จักในฐานะไดเมียวผู้ฉลาดปราดเปรื่อง และมีความสนใจอย่างยิ่งในวิทยาการและเทคโนโลยีของชาวตะวันตก หลังเสียชีวิตท่านได้รับการสถาปนาเป็นเทพในศาสนาชินโตชื่อ "เทะรุคุนิ ไดเมียวจิน" (Photo: 東洋文化協會 (The Eastern Culture Association))

นาริอะกิระ - 1 ไดเมียวเหนือไดเมียว

เที่ยวภูเขาไฟซากุระจิม่า สัญญลักษณ์ของแคว้นซัตสุมะ

ชิมัสสึ นาริอะกิระ (28 สิงหาคม คศ. 1809 - 24 สิงหาคม คศ. 1858) เป็นไดเมียวผู้ปกครองแคว้นซัตสึมะระหว่าง คศ. 1851-1858 เป็นที่รู้จักในฐานะไดเมียวผู้ฉลาดปราดเปรื่อง และมีความสนใจอย่างยิ่งในวิทยาการและเทคโนโลยีของชาวตะวันตก หลังเสียชีวิตท่านได้รับการสถาปนาเป็นเทพในศาสนาชินโตชื่อ "เทะรุคุนิ ไดเมียวจิน" (Photo: 東洋文化協會 (The Eastern Culture Association))
Anonymous   - 2 min read

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่อง ชิมัสสึ นาริอะกิระ รัฐบุรุษของญี่ปุ่น เรื่องราวของท่านดุจนิยาย ที่ผู้แต่งเขียนให้พบอุปสรรคยากลำบากก่อนก้าวขึ้นเป็นผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่เหนือผู้ปกครองอื่น ในช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่ไม่นาน ได้สร้างต้นแบบความศิวิไล ได้คัดเลือกและอบรมสั่งสอนบุคคลที่ต่อมาถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ถึง 3 คน คนที่หนึ่งจากเด็กหญิงธรรมดาให้เก่งเป็นเจ้าหญิง เป็นภรรยาและที่ปรึกษาของโชกุน คนที่สองจากซามูไรสามัญ ให้กลายเป็นเสนาบดีบริหารทั้งมหาดไทยและคลัง คนที่สามอยู่ในความทรงจำของชาวญี่ปุ่นตลอดกาลในนาม “ซามูไรคนสุดท้าย (The Last Samurai)”

นาริอะกิระ (คศ. 1809 – 1858 ยุครัตนโกสินทร์ ร.2) เกิดในตระกูล ชิมัสสึ บิดาของท่านเป็นไดเมียว (จ้าวผู้ปกครอง) แคว้นซัตสึมะ แคว้นนี้ตั้งอยู่ ณ ภาคใต้สุดประเทศญี่ปุ่นห่างจากเมืองหลวงในเวลานั้นคือเอโดะ ประมาณ 1,300 กิโลเมตร

เมื่ออายุครบ 3 ขวบถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดา ได้ศึกษาในสิ่งจำเป็นที่ผู้ปกครองต้องเรียนรู้เช่น ฟันดาบ ยิงธนู บังคับม้า กล่าวกันว่าท่านมีความสามารถเรียนได้ดียิ่ง มารดาของท่านรู้หนังสือและรักการอ่าน น่าแปลกใจที่หญิงในยุคนั้นสนใจอ่าน “ปรัชญาและวิทยาการจีน” (ขงจื่อ เต๋า ม่อจื่อ กฎหมาย เลขศาสตร์ และอื่นๆ) นับว่าเป็นกุลสตรีที่มีความรู้ดีเยี่ยมในยุคนั้น มารดาถ่ายทอดความรู้ให้ท่าน ยามว่างจากการเรียนท่านพอใจที่จะเข้าห้องหนังสือของปู่ผู้มีความรู้ภาษาดัช ปู่สะสมหนังสือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของตะวันตกไว้มากมาย นอกจากนั้นยังมีของนำเข้าเช่น นาฬิกา กล้องดูดาว กล้องจุลทรรศน์ และอาวุธ เมื่อใช้ภาษาดัชได้ดีแล้ว ปู่พาไปรู้จัก Franz von Siebold แพทย์ชาวดัช ผู้มีสำนักตั้งอยู่ ณ เมืองนางาซากิ

กิตติศัพท์ความสามารถทำให้สำนักโชกุนประสงค์จะให้เข้ามาช่วยราชการ แต่ติดขัดตรงที่ท่านเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งจ้าวผู้ปกครองซึ่งเป็นข้อห้าม ท่านจึงได้ใช้โอกาสนี้สร้างความสัมพันธ์กับขุนนางระดับสูงหลายคน

หลังจากที่มารดาเสียชีวิต บิดาได้พบสตรีลูกสาวช่างไม้ ผู้เพียบพร้อมด้วยความงามบวกกับความฉลาด ต่อมาคือมารดาเลี้ยงของท่าน สาวสวยผู้นี้มีอิทธิพลต่อบิดาของท่านมาก มารดาเลี้ยงมีบุตรกับบิดาของท่าน 1 คน เธอทำทุกวิธีเพื่อให้บุตรได้ขึ้นเป็นใหญ่ในอนาคต วิธีแรกใช้เสน่ห์ออดอ้อนด้วยความอ่อนหวาน ให้บิดาเปลี่ยนตัวผู้สืบทอดตำแหน่ง วิธีที่สองใช้มนต์คาถา ใหัหมอผีเข้ามาทำพิธีเสริมชะตาบุตร วิธีต่อมาใช้สติปัญญาทำลายคุณสมบัติของท่าน โดยค่อยๆ วางยาทำให้ลูกชาย 4 คนและลูกสาว 2 คนของท่านนาริอะกิระเสียชีวิตทีละคน ไม่มีใครอยู่ได้นานเกิน 3 ขวบเลย เจตนาเพื่อให้ไร้ทายาท ซึ่งเป็นคุณสมบัติข้อหนึ่งของผู้สืบทอดตำแหน่งของบิดา

บิดาของนาริอะกิระมีความไว้วางใจและเชื่อมั่นในที่ปรึกษาท่านหนึ่ง ซึ่งผู้คนเรียกกันว่าขุนนางเฒ่าแห่งแคว้นซัตสึมะ ผู้เฒ่าท่านนี้ไดัใช้ปัญญาและความอดทนนานถึง 15 ปี เพื่อสะสางหนี้สินมหาศาลมีจำนวนสูงถึง 5 ล้านเรียวให้กับตระกูลนาริอะกิระ ท่านจึงเป็นที่เคารพและนับถือของคนทั้งตระกูล แต่ท่านผู้เฒ่านอกจากจะไม่เคยเห็นท่านนาริอะกิระอยู่ในสายตาแล้ว ท่านยังมีแนวคิดเป็นปรปักษ์เสมอๆ เพราะเห็นว่าท่านนาริอะกิระนั้น ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย นิยมซื้อหาสิ่งของฟุ้งเฟ้อจำนวนมากจากประเทศตะวันตก ซึ่งเป็นการสร้างหนี้สิน ดังนั้น ในยามที่ท่านนาริอะกิระจะเสริมสร้างศักยภาพทางทหาร ท่านผู้เฒ่าจึงเป็นอุปสรรคของค่าใช้จ่ายเหล่านั้น

เมื่อมีศัตรูคนเดียวกันทั้งมารดาเลี้ยงและท่านผู้เฒ่า ได้ร่วมกันโน้มน้าวให้บิดาเปลี่ยนผู้สืบทอดตำแหน่งจ้าวผู้ปกครองแคว้น มาเป็นบุตรของตนได้สำเร็จ ท่านนาริอะกิระถูกส่งให้ไปประจำอยู่ ณ จวนของแคว้นในเมืองหลวง ถูกปิดข่าวคราวจากซัตสึมะ ครั้งนั้นมีผู้คัดค้านมากถึง 17 คน ทั้งหมดได้รับโทษสถานหนักแบบซามูไรคือ ให้ฮาราคีรี

เพื่อพลิกสถานะการณ์ท่านนาริอะกิระต้องแสวงหาความช่วยเหลือ โชคดีที่มีความคุ้นเคยเข้าออกสำนักโชกุนในอดีต จึงเข้าหาท่าน อาเบะ มาซาฮิโร ผู้มีอำนาจรองจากโชกุน ท่านอาเบะได้ออกหมายเรียกขุนนางผู้เฒ่า อ้างว่าให้เข้ามาปรึกษาราชการ แต่เมื่อมาพบแล้วกลับกลายเป็นสอบสวนเรื่องลักลอบค้าขายกับประเทศตะวันตก ซึ่งฝ่าฝืนข้อห้ามของโชกุน หลังจากความจริงปรากฏจึงถูกลงโทษสถานหนักแบบขุนนางคือ ให้ดื่มยาพิษ ผลพวงนี้บิดาก็ถูกเรียกให้เข้าพบโชกุน โดยโชกุนได้มอบของชิ้นหนึ่งให้กับมือ นั่นคือชุดน้ำชาล้ำค่าสวยหรู มีความหมายว่า ให้เกษียณพร้อมทั้งมอบอำนาจแก่ท่านนาริอะกิระเป็นจ้าวผู้ปกครองแคว้นซัตสึมะต่อไป เหตุที่บิดาไม่ถูกลงโทษสถานหนักเนื่องจากท่านผู้เฒ่ายอมรับผิดแต่เีพียงผู้เดียวไม่ซัดทอดบุคคลอื่น

หลังจากนั้นไม่ปรากฏว่าท่านให้รื้อฟื้นคดีเก่าของมารดาเลี้ยงขึ้นมาลงโทษ อาจเป็นไปได้ว่าท่านมองไปข้างหน้าอีกไกล

(จบตอนที่ 1)

แคว้นซัตสึมะตั้งอยู่บนเกาะคิวชู เกาะที่มีขนาดเป็นอันดับที่ 3 ในบรรดา 4 เกาะใหญ่ของญี่ปุ่น ปัจจุบันมีคาโกชิม่าเป็นเมืองสำคัญ อยู่ห่างจากโตเกียวไปทางตะวันตกเฉียงใต้ระยะทาง 1,300 กิโลเมตรทางถนน การเดินทางสะดวกทั้งทางถนน รถไฟ รถไฟด่วน และทางอากาศ สัญญลักษณ์ที่โดดเด่นของดินแดนนี้คือ ภูเขาไฟซากุระจิม่า

ซากุระจิม่ายังคงมีชีวิต พ่นควันออกมาทุกวัน เดิมตั้งอยู่บนเกาะกลางอ่าวคาโกชิม่าหลังจากการระเบิดเมื่อปี คศ. 1914 ลาวาได้ไหลลงมาเชื่อมเกาะและแผ่นดินเข้าด้วยกัน ปัจจุบันการระเบิดยังมีอย่างต่อเนื่องเป็นประจำในปี คศ. 2011 2012 และ 2013

การเดินทางไปซากุระจิม่าทำได้ง่ายๆ บนฝั่งแผ่นดินใหญ่มีท่าเรือตั้งอยู่ริมอ่าว ท่าเรือนี้หากเดินไปจากสถานีรถไฟ Kagoshima Station ใช้เวลาเพียง 10 นาที ค่าเรือโดยสารข้ามฟากคนละ 150 เยน มีเรือบริการตลอด 24 ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทาง 15 นาที บนเกาะมีรถสาธารณะ Sakurajima View Bus ให้บริการค่าโดยสารขึ้นอยู่กับระยะทางที่ไป สามารถซื้อตั๋วเหมาจ่ายได้ในราคา 500 เยน หรือจะเช่ารถพร้อมคนขับราคา 1,500 เยนเพื่อเที่ยวชมรอบเกาะแบบเป็นส่วนตัวก็จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

หมายเหตุ

  1. เรื่องนาริอะกิระตอนที่ 2 ถูกยกให้เป็นเทพเจ้า, ตามรอยเทพไดเมียว ณ ช่องแคบกันมอน [คลิกที่นี่]

  2. เที่ยวบ้านพักของตระกูลชิมัสสึ ณ คาโกชิมา [คลิกที่นี่]

Anonymous

Anonymous @kraikorn.charmikorn__archived